^ Back to Top
facebook
ยินดีต้อนรับสู่ องค์การบริหารส่วนตำบลชัยพฤกษ์ ## ส่งเสริมการเรียนรู้ เคียงคู่เศรษฐกิจที่มั่นคง บริหารจัดการที่ดี เพื่อเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้มาตรฐานสากล ##







ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

005847
วันนี้
เมื่อวาน
อาทิตย์นี้
อาทิตย์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
4
9
20
5692
169
522
5847

Your IP: 34.231.21.123
2019-11-12 02:59

แหล่งท่องเที่ยว

วนอุทยานภูบ่อบิด

เป็นพื้นที่อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลชัยพฤกษ์  ได้รับการจัดตั้งให้เป็นวนอุทยานตามประกาศของกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2539  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเนื้อที่ทั้งหมด 4,373 ไร่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนที่จะศึกษาเที่ยวชมธรรมชาติอันสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน “ภูบ่อบิด” ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของอำเภอเมืองเลยและจังหวัดเลย เป็น Landmark แห่งใหม่ การเดินทางที่ง่าย สามารถเดินขึ้นได้อย่างสะดวกสบาย ภูบ่อบิดยังสามารถรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นได้อีกด้วย ส่วนในช่วงเวลากลางคืนจะมองเห็นแสงไฟของอำเภอเมืองเลย ส่องระยิบระยับท่ามกลางแอ่งกะทะของเมืองแห่งทะเลภูเขา ภูบ่อบิด สามารถเดินขึ้นได้ 2 ทาง คือขึ้นทางสำนักสงฆ์ไตรสวรรค์ บ้านภูบ่อบิด อำเภอเมือง จังหวัดเลย และขึ้นทางวัดป่าสุทธิสลักธรรม ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย สำหรับทางขึ้นสำนักสงฆ์ไตรสวรรค์ จะเป็นทางขั้นบันไดปูนประมาณ 700 เมตร ส่วนทางขึ้นวัดป่าสุทธิสลักธรรม สามารถนำรถยนต์ขึ้นได้  ปัจจุบันทางขึ้นวัดป่าสุทธิสลักธรรม ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย มีบริการรถรับ-ส่งขึ้นถึงบริเวณสำนักสงฆ์ไตรสวรรค์  ค่าบริการ 40 บาท (ขึ้น-ลง) ดำเนินการโดยชมรมชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด-ชัยพฤกษ์ โดยชุมชนชัยพฤกษ์


 

วัดศรีสัตตนาค

ตั้งอยู่เลขที่ 95 หมู่ 9 บ้านก้างปลา ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย มีเนื้อที่ 6 ไร่ ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ หลวงพ่อคำตัน คำว่า “คำตัน”  ตามตำนานเล่าว่าหลวงพ่อนี้สร้างด้วยทองคำหนักถึง  1,000 กิโลกรัม และองค์พระหลวงพ่อคำตันจะหันหน้าไปในทิศที่ทวนกระแสน้ำลำน้ำเลย ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษต่างจากองค์พระประธานอื่นที่มักจะสร้างหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ความศรัทธาและความเชื่อในหลวงพ่อคำตันนั้นเป็นที่เลื่องลือแก่ชาวบ้านในตำบลชัยพฤกษ์และใกล้เคียงชาวบ้านเชื่อกันว่าผู้ที่ให้ความเคารพศรัทธาจะแคล้วคลาดจากอันตรายอาเพศเหตุภัยต่าง ๆ 


หลวงพ่อคำตันธาตุยาครูซา วัดศรีสัตนาค

ในสมัยอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบางราวพุทธศตวรรษที่  21 มีท้าวตุ่น ขุนพรหม และขุนภูมี ได้พาผู้คนล่องเรือมาตามลำน้ำโขงได้ทำเลที่เหมาะสมจึงตั้งบ้านเมืองขึ้นบริเวณนี้ สร้างวัดให้ชื่อว่าวัดใหญ่เมืองหงส์ (ปัจจุบันวัดศรีสัตนาค) ตั้งหอมิ่งหอขวัญและวางหลักเมืองสร้างวัดสร้างบ้านเมืองเสร็จแล้วให้ชื่อว่า “เมืองหงส์” (เมืองหงส์  ปัจจุบันคือบริเวณโรงเรียนบ้านก้างปลา  สถานีอนามัย ป่าช้า และ อบต.)   

 เมื่อสร้างบ้านเมืองและวัดเสร็จแล้ว  ได้สร้างโบราณสถาน คือ ธาตุยาครูซา และหลวงพ่อคำตัน  คำว่า “คำตัน”  ตามตำนานเล่าว่าหลวงพ่อนี้สร้างด้วยทองคำหนักถึง  1,000 กิโลกรัม และองค์พระหลวงพ่อคำตันจะหันหน้าไปในทิศที่ทวนกระแสน้ำลำน้ำเลย ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษต่างจากองค์พระประธานอื่นที่มักจะสร้างหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ 

ความศรัทธาและความเชื่อในหลวงพ่อคำตันนั้นเป็นที่เลื่องลือแก่ชาวบ้านในตำบลชัยพฤกษ์และใกล้เคียง ชาวบ้านเชื่อกันว่าผู้ที่ให้ความเคารพศรัทธาจะแคล้วคลาดจากอันตราย อาเพศเหตุภัยต่าง ๆ ดังเช่นเคยได้ยินมาว่ามีคนประสบอุบัติเหตุ ซึ่งก็ไม่ได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บมากมายแต่อย่างใด สอบถามทราบว่าได้บูชาหลวงพ่อคำตันไว้ติดตัวซึ่งก็แคล้วคลาดจากอันตรายตลอดมา 


วัดโพธิ์ชัย

ตั้งอยู่บ้านนาบอน หมู่ที่ 7 ตำบลชัยพฤกษ์ เป็นที่ตั้งของพระปางนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลย นักท่องเที่ยวสามารถกราบไว้ขอพรได้ การเดินทางโดยใช้รถยนต์จากตัวเมืองเลยไปตามถนนวิสุทธิเทพ ประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามสะพานประมาณ 200 เมตร ถึงวัดโพธิ์ชัย


 

กลุ่มทอผ้าไทเลย (บ้านก้างปลา)

             การทอผ้าเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านก้างปลา ตำบลชัยพฤกษ์  อำเภอเมือง  จังหวัดเลย ในอดีตชาวบ้านปลูกฝ้ายเพื่อนำดอกฝ้ายมาทำเป็นเส้นด้ายไว้ใช้ทอผ้าสำหรับใช้นุ่งห่มและใช้ในงานประเพณีต่าง ๆ สั่งสมเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีผ่านลวดลายผ้าอันประณีต  สวยงามเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น

ในปี พ.ศ. 2524  รัฐบาลได้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่  5  (2525 – 2529)  จากสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหมู่บ้าน  บ้านก้างปลาจึงเป็นเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเพื่อเพิ่มผลผลิต  ส่งเสริมอาชีพโดยการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมโดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สามารถถ่ายทอดเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยจัดทำโครงการแผ่นดินทองขึ้นและส่งเสริมให้จัดตั้งกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านก้างปลาขึ้น

กลุ่มทอผ้าไทเลย  (บ้านก้างปลา) ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524  โดยหมู่บ้านได้รับการคัดเลือกให้เป็น “หมู่บ้านแผ่นดินธรรม  แผ่นดินทอง” โดยได้มีการส่งเสริมให้ชุมชนทอผ้าขึ้นใช้เอง  ต่อมากรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ก็ได้เข้ามาสนับสนุนให้มีการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขึ้น โดยมีนางแตงอ่อน  บุตรดีสุวรรณ เป็นประธานกลุ่มเพราะเป็นผู้มีบทบาทริเริ่มและมีฝีมือในการทอและประยุกต์ลายผ้ามีสมาชิกจำนวน  10  คน

ในปี พ.ศ. 2525  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย ร่วมกับพัฒนากรตำบลได้เชิญวิทยากรจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลยมาสอนการทอผ้า  การย้อมสี  และการขึ้นลายทำให้สมาชิกกลุ่มมีความรู้ประสบการณ์มีการพัฒนาฝีมือจนเป็นที่ยอมรับของจังหวัดเลยและใกล้เคียง รวมทั้งมอบอุปกรณ์ทอผ้า เช่นกี่กระตุก 1  หลัง ด้าย  กระสวย  หลอด  เป็นต้นเพื่อใช้ในการดำเนินการ

ในปี พ.ศ. 2526  สมเด็จพระพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้า  และราษฎรบ้านก้างปลา เป็นผลทำให้สามารถจำหน่ายผ้าทอได้จำนวนมาก  ต่อมาได้ทำผ้าด้วยสีธรรมชาติส่งไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น  ในปี พ.ศ. 2539  นายพีระ  มานะทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  ได้ส่งเสริมการใช้ผ้าพื้นบ้านตัดเย็บเป็นชุดทำงานของข้าราชการทำให้กลุ่มทอผ้าสามารถจำหน่ายผ้าได้จำนวนมาก

ในปี  พ.ศ.  2540  กลุ่มได้รับการสนับสนุนเงินกู้มิยาซาวาในรูปของกี่กระตุก  วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ และในปี พ.ศ. 2542  นายสถิตย์  ภักดิ์ศรีแพง  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้ขอวิทยากรศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด  มาสอนการตัดเย็บเสื้อผ้าและจัดซื้อจักรเย็บผ้าให้เป็นเงินทั้งสิ้น  300,000  บาท  หลังจากนั้นในปี  พ.ศ. 2543  กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดซื้อด้ายมาสนับสนุนให้เป็นเงิน  60,000  บาท สมาชิกกลุ่มจึงได้พัฒนากิจกรรมทอผ้าโดยมีการแบ่งหน้าที่ของสมาชิกเป็น  แผนกย้อมสี  แผนกทอผ้า  แผนกปั่นด้าย  และแผนกจำหน่ายตามความถนัดของแต่ละบุคคลทำให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ  2,200 – 3,500  บาทต่อเดือน

ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านก้างปลาหมู่ที่  9  มีนางฉลาด  เสาวนนท์ เป็นประธานกลุ่ม  ที่ทำการกลุ่มเลขที่  177  หมู่ที่  9  บ้านก้างปลา  ตำบลชัยพฤกษ์  อำเภอเมือง  จังหวัดเลย

วิธีการบริหารจัดการกลุ่มใช้แบบธุรกิจส่วนบุคคล เนื่องจากในอดีตกลุ่มขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงมีนโยบายให้สมาชิกลงทุนทอผ้าเอง  แล้วนำมาวางขายที่บ้านประธานกลุ่มทำให้เกิดปัญหาระหว่างสมาชิกที่ต่างยื้อแย่งกันเสนอขายผ้าของตนหรืออาจขายให้แต่ไม่นำเงินที่ขายได้ไปให้เจ้าของผ้า  ทำให้เกิดปัญหาผ้าหายโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ  สมาชิกขาดความไว้วางใจกัน  ขาดกำลังใจในการทำงาน  ส่วนรูปแบบใหม่นั้นสมาชิกได้มอบให้ประธานกลุ่มรับผิดชอบเรื่องเงินทุนหมุนเวียนแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น  มีการจัดสรรผลประโยชน์ตอบแทนอย่างชัดเจน  เป็นธรรม ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน


 

ฝายน้ำลาย

ตำบลชัยพฤกษ์  อำเภอเมือง  จังหวัดเลย  เป็นตำบลที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง  มีทรัพยากรธรรมชาติ  มีป่าไม้ที่สมบูรณ์ คือ “วนอุทยานภูบ่อบิด”  ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลชัยพฤกษ์   ได้รับการจัดตั้งให้เป็นวนอุทยานตามประกาศของกรมป่าไม้  เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๙  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูห้วยหมาก ป่าภูทอก และป่าภูบ่อบิด มีเนื้อที่ทั้งหมด ๔,๓๗๓ ไร่  ซึ่งวนอุทยานภูบ่อบิด นอกจากยอดภูบ่อบิดที่มีชื่อเสียงแล้ว บริเวณโดยรอบยังมี “ฝายน้ำล้น ห้วยน้ำลาย” ที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้เมืองเลย หรือพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีลักษณะเด่นคือ บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนที่จะศึกษาเที่ยวชมธรรมชาติ ที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองเลย การเดินทางที่แสนจะสะดวกสบาย

ห้วยน้ำลาย มีต้นกำเนิดมาจากบ้านสะอาดลายเหนือ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ไหลผ่านบ้านสูบ บ้านหนองดอกบัว บ้านวังแคน บ้านนาน้ำมัน บ้านเพีย บ้านหนองนาทราย ตำบลน้ำสวย บ้านไร่ทาม ตำบลนาอาน และบ้านภูบ่อบิด ตำบลกุดป่อง ไหลลงแม่น้ำเลยบริเวณบ้านติ้ว ตำบลกุดป่อง

การก่อสร้างฝายน้ำลายในสมัยอดีตนั้น มี “ขุนสน” ซึ่งเป็นผู้นำได้พาผู้คนทำฝาย ขุดเหมืองเล็กๆ เพื่อนำน้ำทำการเกษตรกรรม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของฝายน้ำลายในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2528  สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ได้มาปรับปรุงก่อสร้างเป็นฝายคอนกรีต รื้อเหมืองเดิมและทำดาดคอนกรีต

ในปี พ.ศ. 2545  ฝายน้ำลาย โอนมาให้ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ

ความสำคัญของฝายน้ำลาย มีไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรม ทั้งหน้าฝนและหน้าแล้ง

ปัจจุบัน ฝายน้ำลายมีคณะกรรมการเหมืองฝายซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชุมชนย่อยภูบ่อบิด ตำบลกุดป่อง บริหารจัดการในการใช้น้ำ หากมีการชำรุด เสียหาย คณะกรรมการฯ จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมต่อไป


ประเพณีแข่งขันเรือพายวันสงกรานต์
ชิงถ้วยพระราชทาน "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี"

เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันที่ 11 – 12 เมษายน  โดยในปี 2558 นี้ องค์การบริหารส่วนตำบลชัยพฤกษ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศในการจัดการแข่งขันเรือพาย ประเภทไม่เกิน 40 ฝีพาย


ประเพณีออกพรรษา ประกวดต้นผาสาทผึ้ง 

เป็นบุญประเพณีวิถีวัฒนธรรมของชาวตำบลชัยพฤกษ์ที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน โดยกิจกรรมมีการประกวดขบวนแห่กัณฑ์ต้นผาสาทผึ้ง และขบวนเซิ้งแต่ละหมู่บ้าน โดยจะจัดขึ้นในช่วงก่อนวันออกพรรษาของทุกปี

 

 


| หน้าหลัก | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | กระดานถามตอบ | ติดต่อเรา |
  

  



สำนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบลชัยพฤกษ์

199 หมู่ 4 บ้านก้างปลา ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย 42000
โทร. 0-4286-1423 E-mail : admin@chaiyapruk.go.th | สำหรับเจ้าหน้าที่